ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ ระบบบริหารจัดการส่วนหลัง workD Platform


4 กันยายน 2569
[unixdev_analytic_pageview url="https://dga.cat.softsq.com/center-pdpa/terms-and-conditions-of-service/139311/"]

       ขอต้อนรับสู่ระบบบริหารจัดการส่วนหลัง workD Platform ซึ่งดำเนินการโดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (“สพร.” หรือ “เรา”) ทั้งนี้ ก่อนที่ผู้ใช้บริการ (“ผู้ใช้งาน” หรือ “ท่าน”) จะเข้าใช้งานระบบบริหารจัดการส่วนหลัง workD Platform เราขอให้ท่านได้อ่านและทำความเข้าใจข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการนี้ ก่อนการใช้งาน

1.คำนิยาม

ในข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการนี้

workD Platform” หมายถึง ระบบการสื่อสารแบบรวมศูนย์ ที่ สพร. จัดให้มีขึ้นเพื่อให้หน่วยงานผู้ใช้บริการและผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงและใช้บริการย่อยต่าง ๆ ภายใต้แพลตฟอร์มนี้

“บริการย่อย” หมายถึง บริการหรือคุณลักษณะ (Feature) แต่ละประเภทที่ สพร. เปิดให้บริการภายใต้ workD Platform เช่น workD Mail, workD Chat, workD Storage, workD Conference, workD AI, workD Mail AI และบริการอื่นที่ สพร. อาจกำหนดเพิ่มเติมในอนาคต ทั้งนี้ ไม่รวมถึงบริการของผู้ให้บริการภายนอก

“บริการ” หรือ “ระบบ” หมายถึง ระบบบริหารจัดการส่วนหลัง workD Platform สำหรับสนับสนุนและอำนวยความสะดวกหน่วยงานของรัฐในการบริหารจัดการบัญชีผู้ใช้งานของเจ้าหน้าที่ภายในหน่วยงาน กำหนดสิทธิการใช้งาน ติดตามตรวจสอบการใช้งาน ตลอดจนการตั้งค่าต่าง ๆ ในการใช้งาน workD Platform

“หน่วยงาน” หมายถึง หน่วยงานของรัฐหรือนิติบุคคลใด ๆ ที่มีการตกลงกับ สพร. ในการขอใช้บริการ workD Platform และมีการมอบสิทธิ แต่งตั้ง หรือมอบหมายเจ้าหน้าที่หรือบุคลากรในการเข้ามาใช้งาน workD Platform

“ผู้ใช้งาน” หมายถึง เจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน หรือบุคลากรที่ได้รับสิทธิ ได้รับอนุญาต หรือมอบหมายจากหน่วยงานในการเข้าถึงและใช้งาน workD Platform โดยในที่นี้ให้หมายความรวมถึงเจ้าหน้าที่หรือบุคลากรที่ได้รับมอบสิทธิเป็นผู้ดูแลระบบของหน่วยงานด้วย

“บัญชีผู้ใช้งาน” หมายถึง บัญชีของผู้ใช้งานที่ผ่านการลงทะเบียนและการพิสูจน์ยืนยันตัวตนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนด โดยเป็นบัญชีเฉพาะบุคคลนั้นแต่เพียงผู้เดียวไม่สามารถโอนให้ผู้อื่นได้

“ผู้ดูแลระบบของหน่วยงาน” หมายถึง เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงาน ให้ทำหน้าที่เป็นผู้แทนของหน่วยงานในการติดต่อประสานงานกับ สพร. รวมถึงบริหารจัดการระบบ บัญชีผู้ใช้งาน ตลอดจนสิทธิการเข้าถึงและการใช้งานต่าง ๆ ของหน่วยงาน

“สิ่งที่ใช้ยืนยันตัวตน (Authenticator)” หมายถึง สิ่งที่ผู้ใช้งานครอบครอง รู้ หรือมีคุณลักษณะเฉพาะ และใช้สำหรับการพิสูจน์และยืนยันตัวตนก่อนเข้าใช้บริการหรือดำเนินการใด ๆ ผ่าน workD Platform เช่น ชื่อผู้ใช้งาน (User ID) รหัสผ่าน (Password) รหัสผ่านแบบใช้ครั้งเดียว (One-Time Password: OTP) โทเคน ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Certificate) ข้อมูลชีวมิติ (Biometric Data) หรือวิธีการยืนยันตัวตนอื่นตามที่กำหนด       

2. การยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไข

     2.1 ท่านรับทราบว่า ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการยื่นคำขอ ซึ่งรวมถึงข้อกำหนดในประกาศความเป็นส่วนตัว นโยบายคุกกี้ (ถ้ามี) ตลอดจนข้อกำหนดและเงื่อนไขอื่นใดที่ สพร. อาจมีการปรับปรุง แก้ไข หรือเพิ่มเติมในอนาคต (รวมเรียกว่า “ข้อกำหนดและเงื่อนไขฯ”) ถือเป็นข้อตกลงระหว่าง สพร. กับท่าน และท่านตกลงยอมรับและปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขฯ นี้ทุกประการ

     2.2  เมื่อท่านเข้าใช้บริการนี้ ถือว่าท่านได้อ่านทำความเข้าใจ และตกลงรับผิดชอบต่อการเข้าใช้บริการนี้โดยสมบูรณ์ และตกลงผูกพันตามข้อกำหนดและเงื่อนไขฯ นี้ รวมถึงข้อกำหนดและเงื่อนไขอื่นใดที่อ้างอิงอยู่ในเอกสารนี้ หรือแนบไว้ในรูปแบบลิงก์ทุกประการ

     2.3 หากท่านไม่ยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขฯ นี้ ท่านสามารถยุติการใช้งาน และแจ้งขอยกเลิกการใช้บริการระบบได้โดยติดต่อ DGA Contact Center โทร. 02-612-6060

3.วัตถุประสงค์

     ระบบนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและอำนวยความสะดวกแก่หน่วยงานของรัฐในการบริหารจัดการและกำหนดสิทธิการใช้งานในบัญชีผู้ใช้งานของเจ้าหน้าที่ภายในหน่วยงาน การตั้งค่าตลอดจนการติดตามตรวจสอบการใช้งาน workD Platform ของหน่วยงาน

4.การใช้บริการ
     4.1 การแจ้งความประสงค์ขอใช้บริการและการจัดสรรสิทธิ

           4.1.1 ในการแจ้งความประสงค์เพื่อขอใช้บริการ ท่านจะต้องยื่นคำขอและดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ สพร. กำหนด โดยท่านสามารถดาวน์โหลดคำขอได้ที่เว็บไซต์ สพร. หรือขอรับเอกสารคำขอเพื่อใช้ยื่นแจ้งความประสงค์ได้ที่ DGA Contact Center หรือช่องทางอื่นใดตามที่ สพร. กำหนด

           4.1.2 ท่านจะต้องกรอกข้อมูลในคำขอให้ครบถ้วน ถูกต้อง และสมบูรณ์ เช่น ชื่อหน่วยงาน รายการบริการที่ประสงค์จะใช้ จำนวนบัญชีผู้ใช้งาน ชื่อโดเมนที่ประสงค์ใช้งาน (เช่น …@dga.or.th) รวมถึงรายชื่อและช่องทางการติดต่อของผู้ดูแลระบบของหน่วยงาน (Organization Admin) (ถ้ามี) ทั้งนี้ คำขอดังกล่าวจะต้องได้รับการลงนามโดยผู้มีอำนาจลงนามของหน่วยงาน หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้มีอำนาจลงนามของหน่วยงานให้เป็นผู้ดำเนินการแทน

           4.1.3 ในกรณีที่ท่านขอใช้บริการระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (workD Mail) ท่านจะได้รับบริการย่อยของ workD Platform ด้วย เว้นแต่บริการระบบประชุมอิเล็กทรอนิกส์ (workD Conference) ที่หากท่านต้องการใช้บริการ ท่านต้องแจ้งความประสงค์เพิ่มเติม โดยยื่นคำขอใช้บริการแยกต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งขอใช้บริการครั้งแรก หรือการขอเพิ่มเติมในภายหลัง

           4.1.4 ท่านรับทราบว่า เมื่อ สพร. ได้รับคำขอใช้บริการแล้ว จะทำการตรวจสอบความถูกต้องและความครบถ้วน และพิจารณาจัดสรรสิทธิและโควตาการใช้งานโดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์ในการใช้งาน ความจำเป็นของหน่วยงาน ข้อจำกัดด้านทรัพยากรของระบบ และปริมาณการใช้งานรวม (Utilization Rate) จากสถิติการใช้งานที่ผ่านมาเป็นรายคำขอ ซึ่งผลการพิจารณาดังกล่าวอาจมีจำนวนไม่สอดคล้องตามที่ท่านร้องขอก็ได้ โดยผลการพิจารณาของ สพร. ให้ถือเป็นที่สุด ทั้งนี้ ในกรณีที่ข้อมูลหรือเอกสารที่ท่านแจ้งความประสงค์นั้นไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วน หรือมีเหตุสงสัยอื่นใด สพร. อาจร้องขอเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา หรืออาจยกเลิกการพิจารณาและไม่รับคำขอดังกล่าวก็ได้

           4.1.5 ท่านรับทราบว่า ในกรณีที่ท่านประสงค์จะขอเพิ่มโควตาการใช้งาน เช่น การเพิ่มจำนวนบัญชีผู้ใช้งาน หรือการขยายพื้นที่จัดเก็บข้อมูล ท่านสามารถแจ้งความประสงค์เพื่อขอใช้บริการเพิ่มเติมได้โดยให้ผู้ดูแลระบบของหน่วยงานหรือผู้ที่ท่านมอบหมายเป็นตัวแทนของท่านในการดำเนินการแจ้งความประสงค์ดังกล่าวเป็นรายกรณี ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ สพร. กำหนด

           4.1.6 ท่านรับทราบว่า เมื่อ สพร. พิจารณาคำขอใช้บริการแล้วเสร็จ สพร. จะแจ้งผลการจัดสรรสิทธิ โควตาการใช้งาน และจำนวนบัญชีผู้ใช้งานที่ได้รับอนุมัติให้ท่านทราบผ่านช่องทางที่ท่านได้ให้ข้อมูลไว้ รวมถึงจะส่งมอบสิทธิในการบริหารจัดการระบบให้แก่ผู้ดูแลระบบของหน่วยงานเพื่อนำไปบริหารจัดการบัญชีผู้ใช้งาน และกำหนดสิทธิการเข้าถึงให้แก่เจ้าหน้าที่ภายในหน่วยงานต่อไป

           4.1.7 ท่านรับทราบว่า ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะเปลี่ยนแปลงผู้ทำหน้าที่ผู้ดูแลระบบของหน่วยงาน ท่านจะต้องแจ้งความประสงค์ดังกล่าวให้ สพร. ทราบตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ สพร. กำหนด เพื่อดำเนินการเพิกถอนสิทธิเดิมและกำหนดสิทธิให้แก่ผู้ดูแลระบบของหน่วยงานคนใหม่ต่อไป

           4.1.8 ท่านรับทราบว่า ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะยกเลิกการใช้บริการ workD Platform ท่านจะต้องแจ้งความประสงค์เป็นลายลักษณ์อักษรให้ สพร. ทราบตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ สพร. กำหนด

       4.2 ผู้ดูแลระบบของหน่วยงาน

           4.2.1 ภายหลังจากที่ สพร. ได้พิจารณาอนุมัติคำขอใช้บริการเรียบร้อยแล้ว ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ผู้ดูแลระบบของหน่วยงานต้องลงทะเบียนและพิสูจน์และยืนยันตัวตนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ สพร. กำหนด ทั้งนี้ หาก สพร. ตรวจพบในภายหลังว่าข้อมูลที่ใช้ในการพิสูจน์และยืนยันตัวตนไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน สพร. ขอสงวนสิทธิในการระงับ หรือเพิกถอนสิทธิการเข้าใช้งานของผู้ดูแลระบบของหน่วยงานได้ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

           4.2.2 เมื่อผู้ดูแลระบบของหน่วยงานได้รับมอบสิทธิการเข้าใช้งานจาก สพร. แล้ว ผู้ดูแลระบบของหน่วยงานมีหน้าที่เป็นผู้ประสานงานหลักกับ สพร. และรับผิดชอบในการบริหารจัดการและกำกับการใช้งานระบบและ workD Platform ของหน่วยงาน รวมถึงบัญชีผู้ใช้งาน สิทธิการใช้งาน และการดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานระบบและ workD Platform ของหน่วยงาน โดยผู้ดูแลระบบของหน่วยงานจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้ รวมถึงขั้นตอนการใช้บริการ คู่มือวิธีปฏิบัติ และ/หรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง และตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายโดยสุจริต และจะไม่กระทำการใด ๆ ที่อาจเป็นการฝ่าฝืนต่อข้อกำหนดและเงื่อนไขฯ นี้ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

           4.2.3 ผู้ดูแลระบบของหน่วยงานต้องควบคุม กำกับดูแล กำหนดสิทธิและอนุมัติสิทธิการเข้าถึงและใช้งานระบบและ workD Platform ของผู้ใช้งานภายในหน่วยงานให้เหมาะสม รวมทั้งตรวจสอบความถูกต้องและความเป็นปัจจุบันของข้อมูลผู้ใช้งานภายในหน่วยงานที่อยู่ในความรับผิดชอบ หากพบว่าข้อมูลไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน หรือไม่เป็นปัจจุบัน ต้องดำเนินการแก้ไข ระงับ หรือเพิกถอนสิทธิการใช้งานของบัญชีผู้ใช้งานดังกล่าวทันที

           4.2.4 ผู้ดูแลระบบของหน่วยงานต้องให้คำแนะนำและสนับสนุนผู้ใช้งานภายในหน่วยงานในการใช้งาน workD Platform ตรวจสอบและแก้ไขปัญหาการใช้งาน เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งาน workD Platform ได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนต้องดำเนินการจัดการเหตุขัดข้องหรือสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อการใช้งาน และดำเนินมาตรการตามสมควรเพื่อป้องกันหรือบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

           4.2.5 หากผู้ดูแลระบบของหน่วยงานได้ดำเนินการตามข้อ 4.2.4 แล้ว แต่ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ผู้ดูแลระบบของหน่วยงานต้องประสานงานกับ สพร. ผ่านช่องทาง DGA Contact Center หรือช่องทางอื่นที่กำหนดพร้อมระบุรายละเอียดปัญหาพร้อมแนบรูปภาพที่เห็นรายละเอียดปัญหา และระบุลักษณะปัญหาเช่น ช่วงเวลาที่พบปัญหา ชื่อบัญชีหรือระบบที่พบปัญหา ลักษณะปัญหา และข้อมูลอื่นที่จำเป็น เช่น ใช้งาน workD Platform ไม่ได้ หรือพบเฉพาะเครื่องของท่านหรือพบปัญหาทั้งหน่วยงาน หรือไม่สามารถเข้าใช้งาน workD Platform ต่อเนื่องมากกว่า 15 นาที เพื่อให้ สพร. ตรวจสอบและให้การสนับสนุนต่อไป

           4.2.6 ผู้ดูแลระบบของหน่วยงานต้องดำเนินการตรวจสอบและระงับข้อพิพาทระหว่างผู้ใช้งานภายในหน่วยงาน รวมถึงดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ต่าง ๆ ที่อาจทำให้บริการ workD Platform เกิดความเสียหายไม่สามารถให้บริการได้หรือส่งผลกระทบต่อบริการอย่างมีนัยสำคัญในเบื้องต้น

           4.2.6 ผู้ดูแลระบบของหน่วยงานต้องดำเนินการระงับหรือเพิกถอนสิทธิการใช้งานของผู้ใช้งานภายในหน่วยงานโดยไม่ชักช้า เมื่อผู้ใช้งานลาออก พ้นสภาพการเป็นเจ้าหน้าที่ พ้นจากหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ไม่มีความจำเป็นต้องใช้งานระบบหรือ workD Platform อีกต่อไป หรือพบว่ามีการใช้บัญชีผู้ใช้งานในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบ หรือฝ่าฝืนข้อกำหนดและเงื่อนไขฯ นี้

           4.2.7 ท่านต้องบริหารจัดการและควบคุมดูแลบัญชีผู้ใช้งานภายในหน่วยงานให้มีการใช้งาน workD Platform อย่างต่อเนื่องและเกิดความคุ้มค่าในการใช้งานทรัพยากรสูงสุด หากบัญชีผู้ใช้งานใดไม่มีการเข้าใช้งานหรือไม่มีความเคลื่อนไหว (Inactive Accounts)  ภายในระยะเวลาที่ สพร. กำหนด ให้ดำเนินการระงับ ลบ หรือยุติบัญชีผู้ใช้งานโดยทันที แล้วแต่กรณี

           4.2.8 ผู้ดูแลระบบของหน่วยงานต้องดูแลให้ข้อมูลการติดต่อของหน่วยงาน เช่น หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน รวมทั้งให้ความร่วมมือกับ สพร. ในการตรวจสอบ แก้ไขปัญหาการใช้งาน หรือจัดส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องตามที่ สพร. ร้องขอ ซึ่งรวมถึงการจัดส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการมอบอำนาจหรือข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อประกอบการพิสูจน์และยืนยันตัวตน 

           4.2.9 ผู้ดูแลระบบของหน่วยงานต้องปรับปรุง พัฒนา และบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องของหน่วยงานผู้ใช้บริการให้สามารถเชื่อมต่อและทำงานร่วมกับ workD Platform ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้การให้บริการ workD Platform เกิดความเสียหาย ไม่สามารถทำงานได้หรือประการอื่นใดที่กระทบต่อบริการ workD Platform อย่างมีนัยสำคัญ โดยในที่นี้หมายความรวมถึงการจัดหาพื้นที่สำหรับจัดเก็บและสำรองข้อมูลต่าง ๆ ที่ใช้งานร่วมกันกับบริการ workD Platform เพื่อสำรองข้อมูลหรืออีเมลที่สำคัญของหน่วยงานอย่างสม่ำเสมอ ตามนโยบายด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ทั้งนี้ สพร. จะไม่รับผิดชอบต่อความสูญหายของข้อมูลอันเนื่องมาจากเหตุขัดข้องทางเทคนิค

           4.2.10 ผู้ดูแลระบบของหน่วยงานต้องกำกับดูแลการเข้าใช้งานบริการปัญญาประดิษฐ์ (AI Services) ที่ให้บริการบน workD Platform ของผู้ใช้งานภายในหน่วยงาน โดยต้องสื่อสารและตรวจสอบไม่ให้ผู้ใช้งานนำเข้าข้อมูล เอกสาร หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์เข้าสู่ระบบในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดการละเมิดกฎหมาย ทรัพย์สินทางปัญญา สิทธิในข้อมูลส่วนบุคคล หรือสิทธิของบุคคลอื่น

           4.2.11 ในกรณีที่หน่วยงานประสงค์จะเปลี่ยนแปลงผู้ดูแลระบบของหน่วยงาน หน่วยงานจะต้องแจ้งให้ สพร. ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อดำเนินการเพิกถอนสิทธิของผู้ดูแลระบบของหน่วยงานรายเดิม และกำหนดสิทธิให้แก่ผู้ดูแลระบบของหน่วยงานรายใหม่

           4.2.12 หากผู้ดูแลระบบของหน่วยงานไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขฯ นี้ หรือปล่อยปละละเลยให้มีการใช้บัญชีผู้ใช้งานในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือขัดต่อข้อกำหนดและเงื่อนไขฯ นี้ สพร. มีสิทธิระงับ จำกัด หรือเพิกถอนสิทธิการใช้งานของบัญชีผู้ใช้งานที่เกี่ยวข้อง หรือบัญชีของผู้ดูแลระบบของหน่วยงานได้ตามความจำเป็น โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

    4.3 การเข้าใช้งานและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของบัญชีผู้ใช้งาน

           4.3.1 ผู้ดูแลระบบของหน่วยงานและผู้ใช้งานที่ได้รับสิทธิเข้าใช้งานระบบต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้ รวมถึงขั้นตอนการใช้บริการ คู่มือการใช้งาน และเอกสารหรือหลักเกณฑ์อื่นที่ สพร. กำหนด ตลอดจนต้องใช้งานระบบโดยสุจริต และไม่กระทำการใดอันเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

           4.3.2 ผู้ดูแลระบบของหน่วยงานและผู้ใช้งานที่ได้รับสิทธิเข้าใช้งานระบบต้องเข้าสู่ระบบโดยใช้บัญชีผู้ใช้งานและวิธีการพิสูจน์และยืนยันตัวตนตามที่ สพร. กำหนด เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบ

           4.3.3 ผู้ดูแลระบบของหน่วยงานและผู้ใช้งานที่ได้รับสิทธิเข้าใช้งานระบบต้องเก็บรักษาบัญชีผู้ใช้งาน สิ่งที่ใช้พิสูจน์และยืนยันตัวตน หรือข้อมูลสำหรับการเข้าใช้งานระบบไว้เป็นความลับ และต้องไม่เปิดเผย ส่งมอบ หรือยินยอมให้บุคคลอื่นนำไปใช้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ทั้งนี้ การดำเนินการใด ๆ ที่เกิดขึ้นภายใต้บัญชีผู้ใช้งานของตน ให้ถือว่าเป็นการดำเนินการของผู้ถือบัญชีผู้ใช้งานนั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าเกิดจากเหตุที่มิใช่ความรับผิดของผู้ถือบัญชีผู้ใช้งานดังกล่าว 

           4.3.4 ในกรณีที่ สพร. พิจารณาออกสิ่งที่ใช้ยืนยันตัวตน (Authenticator) สำหรับการเชื่อมโยงระบบฯ ผ่าน Application Programming Interface (API) หรือชุดเครื่องมือสำหรับนักพัฒนา (Software Development Kit: SDK) ให้ถือว่าสิ่งที่ใช้ยืนยันตัวตนดังกล่าวเป็นบัญชีผู้ใช้งานประเภทหนึ่ง ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบและการควบคุมดูแลของท่านโดยตรง

           4.3.5 หากผู้ดูแลระบบของหน่วยงานหรือผู้ใช้งานที่ได้รับสิทธิเข้าใช้งานระบบระบุข้อมูลสำหรับการพิสูจน์และยืนยันตัวตนไม่ถูกต้องเกินจำนวนครั้งที่ระบบกำหนด หรือไม่สามารถเข้าสู่ระบบได้ด้วยเหตุอื่น ให้ติดต่อ สพร. ผ่านช่องทางที่กำหนด เพื่อดำเนินการตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือตามความเหมาะสม        

           4.3.6 การดำเนินการใด ๆ ของผู้ดูแลระบบของหน่วยงาน หรือผู้ใช้งาน หรือผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งหรือมอบหมายจากหน่วยงาน ทั้งที่กระทำผ่านระบบหรือผ่านช่องทางต่าง ๆ ให้ถือเป็นการดำเนินการของหน่วยงาน และมีผลผูกพันหน่วยงานเสมือนหน่วยงานเป็นผู้ดำเนินการเอง

5.ข้อจำกัดและข้อสงวนสิทธิ์

           5.1 สพร. มีสิทธิบริหารจัดการ ควบคุม ดูแล ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม ระงับ หรือยกเลิกบริการ ฟังก์ชัน คุณลักษณะ ส่วนประกอบของระบบ ช่องทางการให้บริการ หรือบริการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดหรือบางส่วนได้ตามความเหมาะสม โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ บริการหรือฟังก์ชันที่มีการเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของบริการภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขฯ นี้ เว้นแต่ สพร. จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

           5.2 บริการนี้อาจมีการเชื่อมต่อหรือใช้งานระบบ เทคโนโลยี หรือโครงสร้างพื้นฐานของผู้ให้บริการภายนอก เพื่อสนับสนุนการให้บริการ เช่น แบบจำลองปัญญาประดิษฐ์ ระบบจัดเก็บข้อมูล ระบบเครือข่าย หรือบริการคลาวด์ ทั้งนี้ การใช้งานดังกล่าวให้เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของผู้ให้บริการภายนอกรายนั้น รวมถึงกฎหมายและมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง โดย สพร. ไม่มีหน้าที่รับประกันหรือรับผิดชอบต่อความพร้อมใช้งาน ความต่อเนื่อง ความถูกต้อง หรือความเสียหายอันเกิดจากระบบหรือบริการของผู้ให้บริการภายนอก เว้นแต่กฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

           5.3 เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบและคุณภาพของการให้บริการ สพร. อาจตรวจสอบ วิเคราะห์ เฝ้าระวัง บันทึก จำกัด ระงับ หรือปฏิเสธการเข้าถึงบริการจากบัญชีผู้ใช้งาน อุปกรณ์ โปรแกรม เครือข่าย หรือรูปแบบการใช้งานที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความมั่นคงปลอดภัยของระบบ หรืออาจส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานรายอื่นหรือการให้บริการโดยรวม โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า

           5.4 สพร. อาจดำเนินการบำรุงรักษา ปรับปรุงระบบ ติดตั้งหรือปรับปรุงซอฟต์แวร์ สำรองหรือกู้คืนข้อมูล หรือดำเนินการทางเทคนิคอื่นที่จำเป็นต่อการให้บริการ ซึ่งอาจส่งผลให้ระบบทั้งหมดหรือบางส่วนไม่สามารถใช้งานได้เป็นการชั่วคราว โดย สพร. จะดำเนินการแจ้งให้หน่วยงานและผู้ดูแลระบบของหน่วยงานทราบตามสมควร เว้นแต่เป็นกรณีเร่งด่วนหรือเหตุด้านความมั่นคงปลอดภัยที่ไม่สามารถแจ้งล่วงหน้าได้

           5.5 สพร. อาจจำกัด ระงับ หรือยกเลิกการให้บริการทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวหรือถาวร เมื่อมีเหตุจำเป็นจากการดำเนินงาน การเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือรูปแบบการให้บริการ การปฏิบัติตามกฎหมาย การรักษาความมั่นคงปลอดภัย หรือเหตุอันสมควรอื่น โดย สพร. จะดำเนินการแจ้งให้ทราบล่วงหน้าตามสมควร เว้นแต่กรณีที่ไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากเหตุจำเป็นเร่งด่วน เหตุสุดวิสัย หรือเหตุอื่นตามที่กฎหมายกำหนด

           5.6 สพร. มีสิทธิจำกัด ระงับ เพิกถอน หรือยกเลิกสิทธิการใช้งานของหน่วยงาน ผู้ดูแลระบบของหน่วยงาน หรือผู้ใช้งานของหน่วยงานทั้งหมดหรือบางส่วนได้ทันที หากตรวจพบหรือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการใช้บริการโดยไม่สุจริต ฝ่าฝืนข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้ ฝ่าฝืนกฎหมาย หรือมีพฤติการณ์ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบนี้ สพร. หน่วยงานของรัฐ ผู้ใช้งานรายอื่น หรือบุคคลภายนอก ทั้งนี้ สพร. อาจแจ้งให้หน่วยงานหรือผู้ดูแลระบบของหน่วยงานดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนดก่อน เว้นแต่เป็นกรณีที่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนหรือมีความเสี่ยงต่อความมั่นคงปลอดภัยของระบบ แต่ไม่ตัดสิทธิที่ สพร. จะแจ้งข้อมูลการกระทำที่ไม่เหมาะสมนี้ให้หน่วยงานที่เป็นต้นสังกัดหรือหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

           5.7 สพร. ไม่ต้องรับผิดในกรณีที่การให้บริการล่าช้า ขัดข้อง หรือไม่สามารถให้บริการได้ อันเนื่องมาจากเหตุสุดวิสัย และเหตุที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของ สพร. ความขัดข้องของระบบหรือโครงสร้างพื้นฐานของผู้ให้บริการภายนอก ระบบของหน่วยงานหรือผู้ดูแลระบบของหน่วยงานหรือผู้ใช้งาน การบำรุงรักษาระบบ การโจมตีทางไซเบอร์ การปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเหตุจำเป็นอื่น รวมทั้งไม่ต้องรับผิดในกรณีที่ผู้ดูแลระบบของหน่วยงานหรือผู้ใช้งานของหน่วยงานนำข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน ไม่เป็นปัจจุบัน หรือไม่มีสิทธินำเข้าสู่ระบบ จนอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของบริการระบบ

6.ความเป็นส่วนตัว (Privacy)

       สพร. จะมีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าหน้าที่และบุคลากรของท่านเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และจะมีการใช้มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในข้อมูลที่มีการจัดเก็บ เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยท่านสามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับแนวทางและหลักเกณฑ์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลได้ในประกาศความเป็นส่วนตัวตามลิงก์นี้ ประกาศความเป็นส่วนตัว

7.การรักษาความมั่นคงปลอดภัย

       สพร. และผู้พัฒนาระบบ รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการและพยายามอย่างเต็มความสามารถในการดำเนินการจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบตามมาตรฐานสากล ทั้งในด้านการจัดการระบบ การเข้ารหัส และการป้องกันทางกายภาพ เพื่อให้ระบบมีความมั่นคงปลอดภัยและพร้อมใช้งานอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม แม้ว่า สพร. จะปฏิบัติหน้าที่อย่างสุดความสามารถในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในการให้บริการ สพร. ไม่อาจรับประกันได้ว่าท่านจะปราศจากความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้นได้จากการใช้บริการนี้ และ สพร. ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่ท่านได้ รับจากการใช้บริการนี้หรือเหตุปัจจัยอื่นที่อยู่นอกเหนือการควบคุม

       ทั้งนี้ สพร. ยินดีให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และแนะนำให้ท่านใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเหมาะสมบนอุปกรณ์ที่ท่านใช้ โดยอัปเดตระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์ให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอและหลีกเลี่ยงการติดตั้งซอฟต์แวร์หรือแอปพลิเคชันจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เพื่อลดความเสี่ยงจากมัลแวร์ และเพื่อปกป้องเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของท่านให้ปลอดภัย

8.การเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันอื่น

       บริการนี้อาจมีการเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันอื่นที่เป็นของบุคคลที่สาม เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ท่านเท่านั้น หากท่านใช้การเชื่อมโยงดังกล่าว ท่านจะออกจากระบบนี้ สพร. จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือมีการตรวจสอบ ควบคุมความถูกต้อง และความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันอื่นเหล่านั้น กรณีที่ท่านตัดสินใจเข้าถึงเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันอื่นที่เชื่อมโยงมายังบริการนี้ ท่านได้ยอมรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับท่านเอง และ สพร. จะไม่รับผิดชอบในความเสียหายใด ๆ ที่ท่านได้รับจากการใช้งาน หรือจากเนื้อหาบนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันดังกล่าว

 9.การทบทวนและปรับปรุงข้อกำหนดและเงื่อนไข

       สพร. อาจมีการปรับปรุงแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้เป็นครั้งคราว เพื่อให้แน่ใจว่าเนื้อหาจะมีความเหมาะสมและเป็นปัจจุบัน โดย สพร. จะประกาศข้อกำหนดและเงื่อนไขที่มีการปรับปรุงแก้ไขหรือเพิ่มเติมที่เป็นเวอร์ชันล่าสุดไว้ที่บริการนี้ หรือบนเว็บไซต์  https://dga.cat.softsq.com/center-pdpa/ และจะสื่อสารให้ท่านทราบผ่านช่องทางต่าง ๆ ที่ สพร. เห็นสมควร ดังนั้น จึงขอแนะนำให้ท่านเข้ามาที่นี่เพื่อตรวจสอบข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้อย่างสม่ำเสมอ

       ทั้งนี้ หากท่านยังคงใช้บริการนี้ต่อไป ภายหลังจากที่ข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้มีการปรับปรุงแก้ไข หรือเพิ่มเติมและประกาศไว้ที่นี้แล้ว ย่อมถือว่าท่านยอมรับในการปรับปรุงแก้ไขหรือเพิ่มเติมในข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับที่ปรับปรุงแล้ว

10.กฎหมายที่ใช้บังคับ

       ข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้ ให้ใช้บังคับและอยู่ภายใต้กฎหมายไทยและให้ศาลไทยเป็นศาลที่มีเขตอำนาจในการพิจารณาข้อพิพาทที่เกิดขึ้นตามข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้

11.ข้อตกลงอื่น ๆ

       สพร. มีสิทธิโอนสิทธิและ/หรือหน้าที่ใด ๆ ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้ให้แก่บุคคลอื่น โดยไม่ต้องขอความยินยอมหรือแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า แต่สิทธิและ/หรือหน้าที่ใด ๆ ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้ของท่านไม่อาจโอนให้แก่บุคคลอื่นได้ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรจาก สพร.

12.การติดต่อ

      หากท่านมีข้อสงสัย ข้อคิดเห็น หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ในการใช้บริการนี้ กรุณาติดต่อที่ DGA Contact Center โทร 02 612 6060 หรืออีเมล contact@dga.or.th

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้ประกาศใช้เมื่อเดือน  1 กันยายน 2569